
ทำไมเราถึงต้องทดสอบเครื่องทำความร้อนในห้องน้ำด้วยสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง
พูดตามตรงเลยนะครับ ห้องน้ำเป็นสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งไอน้ำจากการอาบน้ำร้อน และความชื้นสูงตลอดเวลา ทำให้ห้องน้ำกลายเป็นเหมือนห้องซาวน่าสำหรับอุปกรณ์เหล่านี้ไปเลย
เครื่องทำความร้อนส่วนใหญ่ไม่ได้พังเพราะหัวเผาไหม้หมดไป แต่เกิดจากการที่ซีลกันน้ำเสียหาย หรือสายไฟเกิดการกัดกร่อน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องทดสอบอุปกรณ์เหล่านี้ในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูง เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้เสียหายก่อนที่จะถูกส่งไปถึงมือลูกค้า
การต่อสู้กับความชื้น
ไอน้ำเป็นสิ่งที่อันตรายมาก มันสามารถหาช่องว่างเล็กๆ ในตัวเครื่องแล้วเข้าไปได้ พอเข้าไปแล้ว ไอน้ำก็จะไปอยู่ที่จุดติดต่อทางไฟฟ้าและส่วนที่รองรับหลอดควอตซ์ สำหรับหลอดอินฟราเรดธรรมดาๆ แล้ว นั่นก็เท่ากับคำสั่งให้มันพังไปเลย มันจะทำให้เกิดสนิม การออกซิเดชัน และในที่สุดก็เกิดการลัดวงจร
เราจึงทำการทดสอบอุปกรณ์เหล่านี้ในสภาพอากาศที่มีความร้อนและความชื้นสูง เพื่อให้อุปกรณ์เหล่านี้เสียหายภายในไม่กี่วัน แทนที่จะเป็นไม่กี่ปี หากซีลกันน้ำเสียหาย เราก็อยากให้มันเกิดขึ้นในห้องปฏิบัติการของเรา ไม่ใช่ในห้องน้ำของลูกค้า
เมื่อวัสดุเริ่มเสื่อมสภาพ
ความร้อนทำให้วัสดุขยายตัว ส่วนความชื้นทำให้วัสดุอ่อนแอลง เมื่อทั้งสองอย่างมาบรรจบกัน วัสดุก็จะเริ่มเสื่อมสภาพ
ซีลกันน้ำที่ดูดีในวันแรก อาจเสื่อมสภาพหลังจากถูกทดสอบด้วยความร้อนและความชื้นเป็นเวลา 500 ชั่วโมง มันอาจหดตัวหรือแตกได้ นั่นคือช่วงเวลาที่คำสัญญาว่า “กันน้ำได้” หายไป เราจึงต้องคอยตรวจสอบความแข็งแรงของซีลกันน้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อให้อุปกรณ์ยังคงสามารถกันน้ำได้แม้จะอยู่ในสภาพอากาศที่มีความชื้นสูงเป็นเวลาหลายเดือนก็ตาม
การหาจุดสมดุล
นี่คือส่วนที่ยากที่สุด หากเราทำให้ซีลกันน้ำแน่นเกินไป ก็จะทำให้ความร้อนถูกกักอยู่ข้างใน แต่ถ้าเราทำให้อุปกรณ์กันน้ำได้ดีเกินไป อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ภายในก็อาจเสียหายได้เช่นกัน
มันเป็นเรื่องของการหาจุดสมดุล และเราต้องใช้เวลามากมายในการหาวิธีที่เหมาะสม โดยการออกแบบรูระบายอากาศให้เหมาะสม เพื่อให้อากาศสามารถเข้าออกได้ แต่ไอน้ำไม่สามารถเข้ามาได้
เป้าหมายก็คือการให้อุปกรณ์ยังคงแห้งอยู่ภายใน แต่ไม่ทำให้อุปกรณ์เสียหายเพราะความร้อน เราจึงเลือกใช้วัสดุที่สามารถทนต่อความร้อนได้ พร้อมทั้งกันน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ